วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กีรวัตน์ ตันติทวีวัตน์ 028

สรุป อุมศึกษา


      มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษาและมาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ มาตรฐานย่อยทั้ง 3 ด้านนี้ อยู่ในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบด้วยมาตรฐานย่อย 3 มาตรฐานเช่นกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ แต่ละมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาของชาตินอกเหนือจากมาตรฐานการอุดมศึกษาที่เป็นมาตรฐานแม่บทแล้ว คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จัดทํามาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 เพื่อนําไปสู่การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุ่มสถาบันที่มีปรัชญา วัตถุประสงค์ และพันธกิจในการจัดตั้งที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบด้วยมาตรฐานหลัก 2 ด้าน คือ มาตรฐานด้านศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานด้านการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา

กีรวัตน์ ตันติทวีวัตน์ 028

สรุป อาชีวศึกษา

        สถานศึกษามีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมร่วมกับสถานประกอบการ/หน่วยงาน และชุมชนร่วมพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านทักษะ วิชาการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวของมีความพึงพอใจต่อคุณภาพของผู้เรียนและคุณภาพของผู้สําเร็จการศึกษาอยู่ในระดับดีมากสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะรายวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการหรือประชาคมอาเซียน โดยครูผู้สอนทุกคนจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา ด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย ที่มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ และบูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงครบทุกรายวิชาที่สอนสถานศึกษามีการทําข้อตกลงความร่วมมือกับสถานประกอบการที่ส่งผู้เรียนไปฝึกงานมีการสํารวจ และจัดหาสถานประกอบการเพิ่มเติมทุกปีเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เรียนได้มากขึ้น สถานศึกษาร่วมกับคณะกรรมการวิทยาลัยบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมีแผนพัฒนาการจัดการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจําปีสอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการดําเนินงานตามแผน มีการประเมินผลแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม และจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานอย่างมีระบบชัดเจน สถานศึกษามีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและพัฒนาครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง

สรุป อุมศึกษา


      มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษาและมาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ มาตรฐานย่อยทั้ง 3 ด้านนี้ อยู่ในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบด้วยมาตรฐานย่อย 3 มาตรฐานเช่นกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ แต่ละมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาของชาตินอกเหนือจากมาตรฐานการอุดมศึกษาที่เป็นมาตรฐานแม่บทแล้ว คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จัดทํามาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 เพื่อนําไปสู่การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุ่มสถาบันที่มีปรัชญา วัตถุประสงค์ และพันธกิจในการจัดตั้งที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบด้วยมาตรฐานหลัก 2 ด้าน คือ มาตรฐานด้านศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานด้านการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา
การประกันคุณภาพระดับอาชีวะศึกษา
คุณภาพและมาตรฐานของการอาชีวศึกษา
                 เพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษามีคุณภาพตามต้องการ  จึงได้กำหนดมาตรฐานไว้  ๓  ประเภท  ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                ๑.  มาตรฐานอาชีวศึกษา  (Occupational  Standards : OS)  หมายถึง  สมรรถนะงานหลักและงานย่อยของแต่ละอาชีพ  ประกอบด้วยเกณฑ์การปฏิบัติงาน  ขอบเขตของงานความรู้ที่ต้องใช้  และผลงานที่เป็นรูปธรรม  ซึ่งมาตรฐานอาชีพ  เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยเจ้าของอาชีพหรือองค์กรทางวิชาชีพ  โดยกำหนดสมรรถนะในงานหลักหรือความสามารถในการปฏิบัติงาน  (Competency  Based)  ของอาชีพนั้น ๆ  มาตรฐานอาชีพจะใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน  และการฝึกอบรมผู้เรียนในอาชีพหนึ่ง ๆ ซึ่งสามารถกำหนดสมรรถนะต่าง ๆ ออกได้หลายระดับตามที่คณะกรรมการกำหนด  เช่น  กำหนดเป็น   ๕  ระดับ  โดยระดับ ๑  เป็นงานประจำค่อนข้างง่าย  และพัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนถึงระดับ  ๕  ซึ่งเป็นระดับที่ซับซ้อนของงานในอาชีพมากที่สุด
                ๒.  มาตรฐานวิชาชีพ  (Vocational  Standards  : VS)  หมายถึง ข้อกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของบุคคลด้านวิชาชีพ  เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผลและการประกันคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษา  ซึ่งมาตรฐานวิชาชีพเป็นมาตรฐานเพื่อการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรทางวิชาชีพ  ในการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ  ต้องพิจารณาจากมาตรฐานอาชีพ (Occupational  Standards : OS)  ที่กำหนดจากสมรรถนะของงานหลักแต่ละอาชีพ  ร่วมกับองค์ประกอบของการจัดการศึกษาทั้ง  ๓  ด้าน  คือ  ความรู้  ทักษะ  และกิจนิสัย เพื่อนำมากำหนดเป็นสมรรถนะหรือความสามารถการศึกษาวิชาชีพของผู้เรียนด้านอาชีวศึกษา  โดยการดำเนินการร่วมกันของบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรจากองค์กรทางวิชาชีพ  พัฒนาเป็นมาตรฐานวิชาชีพในแต่ละสาขาวิชาสำหรับผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.)   และระดับปริญญาสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
                ๓.  มาตรฐานการอาชีวศึกษา  (Institutional  Standards : IS)  หมายถึง  ข้อกำหนดในการจัดการอาชีวศึกษาของสถานศึกษาของสถานศึกษา  เพื่อเป็นเกณฑ์ในการกำกับดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผล  และประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา  ซึ่งมาตรฐานการอาชีวศึกษาใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานของสถานศึกษา  อันเป็นกลไกลสำคัญในการประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพ  บรรลุผลตามที่ต้องการ
                กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการอาชีวศึกษาเพื่อเป็นเป้าหมายในการจัดการศึกษาและการประกันคุณภาพในสถานศึกษา  เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม  ๒๕๔๙  ประกอบด้วย  ๖  มาตรฐาน  ๓๔  ตัวบ่งชี้  ดังนี้
                มาตรฐานที่ ๑ ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ  มี  ๙  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๒ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน  มี  ๑๒  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  มี  ๕  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๔ การบริการวิชาชีพสู่สังคม  มี  ๒  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๕ นวัตกรรมและการวิจัย  มี  ๓  ตัวบ่งชี้

              มาตรฐานที่ ๖ ภาวะผู้นำและการจัดการ  มี ๓  ตัวบ่งชี้


นาย นฤพน บุญดี 013 TIE
การประกันคุณภาพระดับอุดมศึกษา
ความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การ ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การดำเนินการตามภารกิจทั้ง 4 ประการดงักล่าว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันภายในและภายนอกหลายประการที่ท าให้การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งจ าเป็นที่จะต้องเร่ง ดา เนินการ ปัจจัยดังกล่าวคอื
1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศที่มีแนวโน้มแตกต่างกันมากขึ้น ซึ่ง จะก่อให้เกิดผลเสียแก่สังคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว
2) ความท้าทายของโลกาภิวัตน์ต่อการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาข้าม พรมแดน และการเคลื่อนย้ายนักศึกษาและบัณฑิต การประกอบอาชีพของบัณฑิตในอนาคต อันเป็นผลจาก การรวมตัวของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทั้งสองประเด็นต้องการการรับประกันของคุณภาพการศึกษา
3) สถาบันอุดมศึกษามีความจ าเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจแก่สังคมว่าสามารถพัฒนาองค์ ความรู้และผลิตบัณฑิต ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันระดับสากล การพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ การพัฒนา อาชีพ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ระดับท้องถิ่นและชุมชน
4) สถาบันอุดมศึกษาจะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ (public information) ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนักศึกษา ผู้จ้างงาน ผู้ปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป
5) สังคมต้องการระบบอุดมศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม(participation) มี ความโปร่งใส (transparency) และมีความรับผิดชอบซึ่งตรวจสอบได้ (accountability) ตามหลักธรรมาภิบาล
6) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ก าหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงให้มีส านักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษาท าหน้าที่ประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประเมินผลการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา
7) คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศใช้มาตรฐานการอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2549 เพื่อเป็นกลไกก ากับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหน่วยงาน โดยทุกหน่วยงานระดับอุดมศึกษาจะได้ใช้เป็นกรอบการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา
8) กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศแนว ทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 เพื่อให้การ บทที่ 1 การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา -2- คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา 2557-2561 จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อการประกันคุณภาพของบัณฑิตใน แต่ละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา

9) กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2554 เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมและก ากับให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาให้มีมาตรฐาน ตามประเภทหรือกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา

นาย นฤพน บุญดี 013 TIE

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

การประกันคุณภาพการอาชีวศึกษา

การประกันคุณภาพการอาชีวศึกษา
                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๒  เป็นกฎหมายหลักทางด้านการศึกษาฉบับแรก ของประเทศไทยที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง  และมีเนื้อหาสาระอย่างละเอียด   ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาอย่างมาก  องค์ประกอบหนึ่งทางการปฏิรูปการศึกษา  คือ  ระบบการบริหารและการจัดการที่เน้นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ซึ่งในหมวด   ที่  ๖  มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา  มาตราที่  ๔๗  กำหนดให้มีการระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ  ประกอบด้วย  ระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก  และมาตราที่  ๔๘  กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและรองรับการประกันคุณภาพจากภายนอกต่อไป
                เนื่องจาก  การอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ  เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนทั้งในระดับกึ่งฝีมือ  ระดับฝีมือ  ระดับเทคนิค  และระดับเทคโนโลยีในทุกสาขาวิชาชีพ   ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน  มีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  สิ่งแวดล้อม  และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี  สามารถสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ              การอาชีวศึกษาหรือการศึกษาวิชาชีพจึงเป็นรากฐานอันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  เพราะความเจริญของประเทศต้องเริ่มจากพื้นฐานของการประกอบอาชีพ  สร้างผลผลิตและรายได้ของประชาชน        การจัดการอาชีวศึกษาหรือการศึกษาวิชาชีพ  จึงต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนและสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  โดยตัวชี้วัดคุณภาพของการอาชีวศึกษาที่สำคัญประการหนึ่งคือ  ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถประกอบอาชีพหรือสามารถทำงานได้จริง นอกเหนือไป จากที่จะต้องเป็น ผู้ที่มีความรู้ด้านวิชาการ  และมีคุณลักษณะด้าน  คุณธรรม  จริยธรรม  จริยธรรม  ตามที่สถานประกอบ การต้องการ
คุณภาพและมาตรฐานของการอาชีวศึกษา
                 เพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษามีคุณภาพตามต้องการ  จึงได้กำหนดมาตรฐานไว้  ๓  ประเภท  ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                ๑.  มาตรฐานอาชีวศึกษา  (Occupational  Standards : OS)  หมายถึง  สมรรถนะงานหลักและงานย่อยของแต่ละอาชีพ  ประกอบด้วยเกณฑ์การปฏิบัติงาน  ขอบเขตของงานความรู้ที่ต้องใช้  และผลงานที่เป็นรูปธรรม  ซึ่งมาตรฐานอาชีพ  เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยเจ้าของอาชีพหรือองค์กรทางวิชาชีพ  โดยกำหนดสมรรถนะในงานหลักหรือความสามารถในการปฏิบัติงาน  (Competency  Based)  ของอาชีพนั้น ๆ  มาตรฐานอาชีพจะใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน  และการฝึกอบรมผู้เรียนในอาชีพหนึ่ง ๆ ซึ่งสามารถกำหนดสมรรถนะต่าง ๆ ออกได้หลายระดับตามที่คณะกรรมการกำหนด  เช่น  กำหนดเป็น   ๕  ระดับ  โดยระดับ ๑  เป็นงานประจำค่อนข้างง่าย  และพัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนถึงระดับ  ๕  ซึ่งเป็นระดับที่ซับซ้อนของงานในอาชีพมากที่สุด
                ๒.  มาตรฐานวิชาชีพ  (Vocational  Standards  : VS)  หมายถึง ข้อกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของบุคคลด้านวิชาชีพ  เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผลและการประกันคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษา  ซึ่งมาตรฐานวิชาชีพเป็นมาตรฐานเพื่อการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรทางวิชาชีพ  ในการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ  ต้องพิจารณาจากมาตรฐานอาชีพ (Occupational  Standards : OS)  ที่กำหนดจากสมรรถนะของงานหลักแต่ละอาชีพ  ร่วมกับองค์ประกอบของการจัดการศึกษาทั้ง  ๓  ด้าน  คือ  ความรู้  ทักษะ  และกิจนิสัย เพื่อนำมากำหนดเป็นสมรรถนะหรือความสามารถการศึกษาวิชาชีพของผู้เรียนด้านอาชีวศึกษา  โดยการดำเนินการร่วมกันของบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรจากองค์กรทางวิชาชีพ  พัฒนาเป็นมาตรฐานวิชาชีพในแต่ละสาขาวิชาสำหรับผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.)   และระดับปริญญาสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
                ๓.  มาตรฐานการอาชีวศึกษา  (Institutional  Standards : IS)  หมายถึง  ข้อกำหนดในการจัดการอาชีวศึกษาของสถานศึกษาของสถานศึกษา  เพื่อเป็นเกณฑ์ในการกำกับดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผล  และประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา  ซึ่งมาตรฐานการอาชีวศึกษาใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานของสถานศึกษา  อันเป็นกลไกลสำคัญในการประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพ  บรรลุผลตามที่ต้องการ
                กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการอาชีวศึกษาเพื่อเป็นเป้าหมายในการจัดการศึกษาและการประกันคุณภาพในสถานศึกษา  เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม  ๒๕๔๙  ประกอบด้วย  ๖  มาตรฐาน  ๓๔  ตัวบ่งชี้  ดังนี้
                มาตรฐานที่ ๑ ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ  มี  ๙  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๒ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน  มี  ๑๒  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  มี  ๕  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๔ การบริการวิชาชีพสู่สังคม  มี  ๒  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๕ นวัตกรรมและการวิจัย  มี  ๓  ตัวบ่งชี้
มาตรฐานที่ ๖ ภาวะผู้นำและการจัดการ  มี ๓  ตัวบ่งชี้
งานประกันคุณภาพ ระดับอุดมศึกษา

ความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา
      สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การดำเนินการตามภารกิจทั้ง 4 ประการดังกล่าว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันมีปัจจัยภายในและภายนอกหลายประการที่ทาให้การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการ
1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศที่มีแนวโน้มแตกต่างกันมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียแก่สังคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว
2) ความท้าทายของโลกาภิวัตน์ต่อการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาข้ามพรมแดน และการเคลื่อนย้ายนักศึกษาและบัณฑิต การประกอบอาชีพของบัณฑิตในอนาคต
3) สถาบันอุดมศึกษามีความจาเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจแก่สังคมว่าสามารถพัฒนาองค์ความรู้และผลิตบัณฑิต ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น
4) สถาบันอุดมศึกษาจะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนักศึกษา ผู้จ้างงาน ผู้ปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ..2545 ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
     พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ..2545 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐาน โดยกำหนดรายละเอียดไว้ในหมวด มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และ ระบบการประกันคุณภาพภายนอก เพื่อใช้เป็นกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันอุดมศึกษา

มาตรฐานการอุดมศึกษาที่ปรากฏตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549 ประกอบด้วยมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษา และมาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ มาตรฐานย่อยทั้ง 3 ด้านนี้ อยู่ในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบด้วยมาตรฐานย่อย 3 มาตรฐานเช่นกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ แต่ละมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาของชาติ
งานประกันคุณภาพ ระดับอุดมศึกษา

ความจาเป็นและวัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา
      สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม การดาเนินการตามภารกิจทั้ง 4 ประการดังกล่าว มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันมีปัจจัยภายในและภายนอกหลายประการที่ทาให้การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งจาเป็นที่จะต้องเร่งดาเนินกา
1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศที่มีแนวโน้มแตกต่างกันมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียแก่สังคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว 
2) ความท้าทายของโลกาภิวัตน์ต่อการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาข้ามพรมแดน และการเคลื่อนย้ายนักศึกษาและบัณฑิต การประกอบอาชีพของบัณฑิตในอนาคต 
3) สถาบันอุดมศึกษามีความจาเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจแก่สังคมว่าสามารถพัฒนาองค์ความรู้และผลิตบัณฑิต ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น 
4) สถาบันอุดมศึกษาจะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนักศึกษา ผู้จ้างงาน ผู้ปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป 
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
     พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐาน โดยกำหนดรายละเอียดไว้ในหมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และ ระบบการประกันคุณภาพภายนอก เพื่อใช้เป็นกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันอุดมศึกษา
มาตรฐานการอุดมศึกษาที่ปรากฏตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549 ประกอบด้วยมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษา และมาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ มาตรฐานย่อยทั้ง 3 ด้านนี้ อยู่ในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบด้วยมาตรฐานย่อย 3 มาตรฐานเช่นกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ แต่ละมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาของชาติ